ทั่วไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง-ตกหนัก คลื่นอ่าวไทยแรงขึ้น เดินเรือควรระวัง

Last updated: Jan 16, 2020  |  404 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวทั่วไป Update !!

ทั่วไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง-ตกหนัก คลื่นอ่าวไทยแรงขึ้น เดินเรือควรระวัง

     วันนี้ทั่วไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

     วันที่ 14 ต.ค. 2562 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งกับลมกระโชกแรง บริเวณภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

     สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง

     บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

     พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

     ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-25 กม./ชม.

     ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-30 กม./ชม.

     ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-25 กม./ชม.

     ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

     ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

     ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

     กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมอุตุนิยมวิทยา