สธ.เข้มจุดสกัดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สาย "H3N2-RSV" กักตัวรักษา 4 คน

Last updated: Jan 16, 2020  |  269 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวทั่วไป Update !!

สธ.เข้มจุดสกัดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สาย "H3N2-RSV" กักตัวรักษา 4 คน

     กระทรวงสาธารณสุขมั่นใจสกัดอยู่ หลังพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 4 ราย เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน ส่งตัวเข้าระบบคัดแยกดูอาการทันที โดยผลตรวจเบื้องต้นติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ “H3N2-RSV” รอคอนเฟิร์มอีกรอบ พร้อมประกาศยกระดับการควบคุมโรคทางเดินหายใจรุนแรงจากจีน เป็นระดับ 2 เหตุพบจำนวนคนป่วยเพิ่มขึ้น ขยายวงลามไปที่อื่น ซ้ำยังไม่มีความชัดเจนถึงลักษณะการระบาด สั่งทั่วประเทศคุมเข้มหากพบอาการเข้าข่ายรีบแจ้งสายด่วนโทร.1422

     ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมทีมผู้บริหาร เดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ หลังเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จำนวน 3 ราย เข้ารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และ 1 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมตรวจสอบความพร้อมห้องแยกโรคผู้ป่วยความดันเป็นลบ สำหรับแยกการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง

     นายอนุทินกล่าวว่า ผู้ป่วย 3 รายดีขึ้นมาก ผลการตรวจโรคเบื้องต้นพบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจยืนยันรอบ 2 ซึ่งจะทราบผลเร็วๆนี้ สำหรับความพร้อมรับมือกับโรคระบาดร้ายแรงนั้น สถาบันบำราศฯมีความพร้อมมาก มีห้องแยกโรคความดันเป็นลบ 15 ห้อง ขณะที่การตรวจคัดกรองคนเข้าประเทศก็ทำอย่างเข้มข้น มีการแยกสายการบินที่มาจากเมืองอู่ฮั่น ไปช่องทางขาเข้าที่มีจำนวนผู้โดยสารน้อย เบื้องต้นพบว่าเที่ยวบินที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่นมีที่สนามบินสุวรรณภูมิ 3 เที่ยวบิน ดอนเมือง 2 เที่ยวบิน เชียงใหม่ 2 เที่ยวบิน ภูเก็ต 1 เที่ยวบิน ทั้งนี้ย้ำว่าแม้เราจะยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อ มาจากจีน แต่มาตรการต่างๆต้องทำให้เกินไว้เพื่อความปลอดภัยของคนไทย และขอให้มั่นใจว่าวันนี้ไทยไม่มีการระบาดของโรคอันตราย และมาตรการทางการแพทย์ก็เข้มข้น มั่นใจว่าเราเอาอยู่ คุมสถานการณ์ได้

     นายอนุทินกล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่เรากังวลคือการได้รับข่าวสารที่ไม่ถูกต้องของสาธารณชน จะกลายเป็นความตระหนกวิตกกังวลจนเกินไป ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันว่าไทยปลอดภัยทุกประการ สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่นแล้วมีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ คัดจมูก ปวดศีรษะ ขออย่ารอช้ารีบติดต่อมาที่สายด่วน 1422 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับตัวมาดูแล ส่วนนักท่องเที่ยวหากรู้สึกไม่ดีขอให้แจ้งพนักงานบนสายการบิน แจ้งคนนำเที่ยว หรือแจ้ง 1422 ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ คนไทยที่จะเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น หากต้องไปเรียนหรือไปทำงานขอให้ดูแลตัวเองดีๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่คนแออัด แต่ถ้าไปเที่ยว ถ้าเลี่ยงได้ ก็ขอให้เลี่ยงไปก่อน

     นอกจากนี้ นายอนุทินได้กล่าวในการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) กำชับให้ นพ.สสจ.ทั่วประเทศคัดกรองและคุมเข้มโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดที่มีเที่ยวบินจากอู่ฮั่นบินตรงไปลง หากพบผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายโรคก็ให้แยกผู้ป่วยและแจ้งมายังกรมควบคุมโรคเพื่อดำเนินการ

     ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เบื้องต้นทางการจีนรายงานผลการตรวจเชื้อโรค ไม่ใช่โรคซาร์ส ไม่ใช่ไข้หวัดนก และไม่ใช่โรคเมอร์ส แต่ที่แน่ๆคือมีการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง ดังนั้น จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างชัดเจนอีกครั้งเพื่อรายงานไปยัง องค์การอนามัยโลกเพื่อพิจารณายกระดับการดูแลควบคุม ส่วนของไทย กรณีที่มีผู้ป่วยหลังเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่นและอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ห้องแยกโรคสถาบันบำราศฯ 3 รายนั้น รายแรกเป็นเด็กชายชาวจีนวัย 3 ขวบ ผลตรวจไม่พบเชื้อซาร์ส ไม่พบเมอร์ส แต่พบเชื้อ AH3N2 เคสนี้อาการดีขึ้น อยู่กับมารดาในห้องแยกโรค

     อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวต่อว่า ส่วนรายที่ 2 เป็นนักศึกษาไทย อายุประมาณ 20 ปี ศึกษาที่เมืองอู่ฮั่น พอกลับมาแล้วมีไข้ ไป รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แล้วขอมารักษาที่สถาบันบำราศฯ อาการดีขึ้นตามลำดับ ผลตรวจไม่พบเชื้อโรคอันตราย แต่ที่พบคือเชื้อ RSV และมีเชื้อตระกูลที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ รายที่ 3 เป็นนักศึกษาไทยที่เมืองอู่ฮั่น ป่วยและติดต่อให้รถจากสถาบันบำราศฯ ไปรับเก็บตัวอย่างตรวจและให้การรักษาตามอาการ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ยาต้านไวรัสหรือไม่ ส่วนรายที่ 4 เป็นชายวัยกลางคนอยู่ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง เดิมมีไข้ ไอ มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจอยู่ก่อนแล้วเดินทางไปเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่นเป็นเวลาสั้นๆ กลับมาจึงเข้ามารับการรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แล้วทาง รพ.ประสานมาที่สถาบันฯ ทั้งนี้ยืนยันว่าทั้งหมดไม่มีการติดเชื้อตัวเดียวกับที่พบที่เมืองอู่ฮั่นแต่เราต้องรอให้ทั้งหมดหายดีก่อนถึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

     นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า มาตรการเหล่านี้เราไม่ได้เพิ่งทำ โดยเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทินได้ยกระดับโดยเปิดศูนย์ปฏิบัติการ (eoc) ที่กรมควบคุมโรค และกำลังจะยกระดับมาตรการคุมเข้มเป็นระดับ 2 เพราะ 1.การเพิ่มจำนวนของผู้ป่วยในพื้นที่ระบาดที่จีน โดยเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2562 มีผู้ป่วย 27 ราย แต่เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2563 พบผู้ป่วยเพิ่มเป็น 44 ราย ในจำนวนนี้มีอาการรุนแรง 11 ราย และยังมีผู้ที่มีอาการที่อยู่ในกลุ่มที่เฝ้าระวังและแยกกักตัว 121 ราย 2.พบผู้ป่วยในพื้นที่อื่น คือที่ฮ่องกง 7 ราย และที่สิงคโปร์มีผู้ป่วยเข้าข่ายด้วย และ 3.ยังไม่สามารถระบุลักษณะการแพร่เชื้อได้ว่ามาจากสัตว์สู่คน หรือคนสู่คน ซึ่งข้อมูลพบเพียงว่าผู้ป่วยหลายคนในเมืองอู่ฮั่น มีประวัติเชื่อมโยงกับตลาดขายส่งอาหารทะเล แต่ที่นั่นมีการขายสัตว์ประเภทอื่นด้วย

     นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า มาตรการรับมือกับโรคติดต่อของไทยมี 3 ระบบ คือ 1.ช่องทางเข้าออกประเทศทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ อย่างผู้ป่วย 2 ราย ตรวจจับได้ที่สนามบิน 2.มาตรการของสถานพยาบาลทั่วประเทศ ทั้ง รพ.รัฐ และเอกชน หากมีผู้ป่วยต้องสงสัยต้องรายงานเข้าระบบ และ 3.ชุมชน โดยสถานที่ท่องเที่ยว เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ ต้องมีการให้ข่าวสารคนในชุมชน ให้ช่วยกันดู หากสงสัยให้แจ้งมายังกรมควบคุมโรค ขณะนี้เริ่มแจ้ง รพ.ทั่วประเทศ แต่ที่ต้องชื่นชมคือ รพ.รามาธิบดี ที่ประสานเข้ามาว่าพร้อมให้การช่วยเหลือในการควบคุมป้องกันโรคเหล่านี้ และเริ่มมี รพ.หลายแห่งทยอยแจ้งเข้ามา นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการประสานความร่วมมือของกระทรวงคมนาคม สธ.และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าไปช่วยกันตรวจสอบเที่ยวบินที่จะเข้ามาเมืองไทยด้วย เพราะอีกไม่นานจะเริ่มเข้าเทศกาลตรุษจีนแล้ว ซึ่งมีทั้งคนจีนมาไทย และคนไทยไปที่จีนด้วย รวมถึงประสานทำประวัติผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามตัว รวมถึงจัดทำเอกสารเผยแพร่ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กระทรวงสาธารณสุข และไทยรัฐ