คนกรุงเฮ ค่าฝุ่นพิษ ลด-ฮวบ จี้ป้องกัน

Last updated: Jan 16, 2020  |  274 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวทั่วไป Update !!

คนกรุงเฮ ค่าฝุ่นพิษ ลด-ฮวบ จี้ป้องกัน

     สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ เบาลง เนื่องจากเป็นวัน หยุดราชการ การจราจร เบาบาง และสภาพอากาศที่เริ่มเปิดมากขึ้น ผลตรวจค่าเฉลี่ย 24 ชม. วัดได้ 35-72 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานขั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งหมด 16 พื้นที่ เปรียบเทียบลดลงจากวันวิกฤติเกือบครึ่งหนึ่ง ปลัด กทม.เตือนผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ ลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรใช้อุปกรณ์ป้องกัน ด้านรอง ผบช.น.ยันตำรวจไม่ได้หย่อนยานหรือยกเลิกกวดจับรถควันดำแต่อย่างใด บก.จร.ตั้งด่านตรวจ 17 จุด ครอบคลุมทุกถนนสายหลัก รวมทั้งใช้รถโมบายเคลื่อนที่สุ่มตรวจอีก 3 คัน

     สถานการณ์ฝุ่นละอองในวันอาทิตย์ยังเกินมาตรฐานหลายเขต เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 12 ม.ค. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของ กทม. ตอนเวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้ 35-72 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 19 พื้นที่ ได้แก่ 1.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) 54 มคก./ลบ.ม. 2.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้ รพ.วิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง 52 มคก./ลบ.ม. 3.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว 95 วัดได้ 63 มคก./ลบ.ม. 4.เขตปทุมวัน บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ 53 มคก./ลบ.ม. 5.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า 52 มคก./ลบ.ม. 6.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 71 มคก./ลบ.ม. 7.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 57 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางกะปิ ข้างป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ 55 มคก./ลบ.ม. 9.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 59 มคก./ลบ.ม. 10.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย 53 มคก./ลบ.ม. 11.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) 55 มคก./ลบ.ม. 12.เขตบางเขน บริเวณสำนักงานเขตบางเขน 59 มคก./ลบ.ม. 13.เขตบางพลัด บริเวณสำนักงานเขตบางพลัด 52 มคก./ลบ.ม. 14.เขตบางขุนเทียน บริเวณสำนักงานเขตบางขุนเทียน 51 มคก./ลบ.ม. 15.เขตพระนคร บริเวณสำนักงานเขตพระนคร 72 มคก./ลบ.ม. 16.เขตคลองเตย บริเวณสำนักงานเขตคลองเตย 57 มคก./ลบ.ม. 17.เขตบางซื่อ บริเวณสำนักงานเขตบางซื่อ 53 มคก./ลบ.ม. 18.เขตหลักสี่ บริเวณสำนักงานเขตหลักสี่ 60 มคก./ลบ.ม. และ 19.เขตบึงกุ่ม บริเวณสำนักงานเขตบึงกุ่ม 60 มคก./ลบ.ม.

     นางศิลปสวยกล่าวด้วยว่า ขอให้เฝ้าระวังสุขภาพหากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยทางเดินหายใจ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตามความเหมาะสมและความจำเป็น ทั้งนี้ กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลสุขภาพประชาชน รวมทั้งให้ทุกเขตเร่งปฏิบัติการลดฝุ่นละอองในอากาศอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่องแล้ว

     มีรายงานว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 6-11 ม.ค. ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีลมอ่อนหรือลมสงบในช่วงเช้า อาจส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น วันที่ 10 ม.ค. ผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กทม. ณ เวลา 07.00 น. ตรวจวัดได้ 41-106 มคก./ลบ.ม. มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน จำนวน 21 เขต วันที่ 11 ม.ค. ตรวจวัดได้ 52-103 มคก./ลบ.ม. มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน จำนวน 28 เขต และวันที่ 12 ม.ค. ตรวจวัดได้ 35-72 มคก./ลบ.ม. ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานลดลงเหลือ 19 เขต และช่วงเวลา 15.00น. พื้นที่เขตพญาไท เขตบางพลัด และเขตบางขุนเทียน ฝุ่นลดระดับลงไม่เกินค่ามาตรฐาน

     ด้านนายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มลดลง ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านสภาพอากาศที่เริ่มเปิดมากขึ้น และปริมาณการจราจรที่เบาบางลงในช่วงวันหยุด กทม.จะติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยเฉพาะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ อาทิ ตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภท ประสานงานสถานีตำรวจอำนวยความสะดวกการจราจรให้คล่องตัว รณรงค์ “ไม่ขับ ช่วยดับเครื่อง” บำรุงรักษาเครื่องยนต์รถราชการในสังกัดไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนบำรุงรักษารถเพื่อลดมลพิษ ห้ามเผาขยะในที่โล่ง คุมเข้มปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการก่อสร้างอาคาร ลดปริมาณฝุ่นละอองสะสมในอากาศ

     ทางด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการลดปริมาณฝุ่นละอองจากควันรถยนต์ว่า กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) รับผิดชอบโดยตรงในการตั้งจุดตรวจวัดรถควันดำเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่องมาตลอดตามแผนการปฏิบัติที่กำหนดไว้ โดยมีทั้งหมด 17 จุด ครอบคลุมถนนสายหลักในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งมีรถโมบายเคลื่อนที่สุ่มตรวจจุดอื่นๆอีก 3 คัน แต่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์คนเลยไม่ทราบคิดว่าตำรวจหย่อนยาน หรือยกเลิกแผนปฏิบัติไปแล้ว นอกจากนี้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และ ขสมก. ออกให้บริการตรวจวัดควันดำแก่ผู้ประกอบการขนส่งเพื่อเตรียมพร้อมก่อนวิ่งรถออกให้บริการเป็นการแก้ปัญหาในเชิงรุก ที่ผ่านมาผู้ประกอบการให้ความสนใจน้อยมากถือเป็นจิตสำนึกที่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ ตามที่มีข้อกฎหมายฉบับใหม่ให้ยกเลิกการยึดใบอนุญาตขับก็มีส่วนทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกรงกลัวกฎหมายฝ่าฝืนกระทำผิดมากขึ้น แม้ถูกจับและสั่งพักใช้รถแล้วพบว่าฝ่าฝืนนำรถมาขับอีก ฉะนั้นต้องรอกฎหมายบันทึกคะแนนซึ่งจะมีบทลงโทษผู้กระทำผิดสูงขึ้น

     พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ก่อสร้างโครงการต่างๆที่มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM10 หน่วยงานที่กำกับมีมาตรการลดผลกระทบรองรับไว้อยู่แล้ว ในส่วนของตำรวจจะดูแลกวดขันจับกุมรถบรรทุกดินและวัสดุก่อสร้างไม่ให้ทำดินหรือวัสดุตกหล่นบนพื้นทาง ประสานกับหน่วยงานและไซต์งานก่อสร้างฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถก่อนออกจากไซต์งาน พร้อมทั้งกำชับตำรวจจราจรทุกพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดการกวดขันจับกุมรถบรรทุกวิ่งในเวลาห้าม เพื่อจำกัดปริมาณรถบนท้องถนน อีกทั้งบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดอีกทางหนึ่งด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมอุตุนิยมวิทยา และไทยรัฐ