ฝ่าวิกฤติฝุ่นกรุง ให้ ผอ.โรงเรียนสั่งหยุดเรียนได้

Last updated: Jan 21, 2020  |  270 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวทั่วไป Update !!

ฝ่าวิกฤติฝุ่นกรุง ให้ ผอ.โรงเรียนสั่งหยุดเรียนได้

     ‘ตู่’ โยนพิษจร. แต่ห้ามไม่ได้ ภัยแล้งยังแย่

     วิกฤติหมอกควันส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายจังหวัดสั่งห้ามเผา พร้อมฉีดละอองน้ำลดฝุ่นละออง ทส.แจงปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกพื้นที่ ส่วน ผบ.ทอ.สั่งนักบินช่วยรายงานเหตุไฟไหม้ป่า และเตรียมพร้อมทำฝนหลวง นอกจากนี้ในหลายจังหวัดยังประสบภัยแล้ง ชาวบ้านช่วยกันสร้างฝายกั้นน้ำ หวั่นพืชไร่ล้มยืนต้นตาย

     วิกฤติหมอกควันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เช้าเมื่อวันที่ 20 ม.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ อ.งาว จ.ลำปาง พร้อมกับผู้นำชุมชนจับกุมนายซานติ้น แซ่ฟุ้ง อายุ 58 ปี ชาวบ้าน อ.งาว จ.ลำปาง เข้าไปเผาไร่แล้วไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่า แม่งาว เสียหายไปกว่า 25 ไร่

     นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดมจิตอาสาฉีดน้ำล้างถนนทุกสายในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สาเหตุเกิดจากการเผาอ้อย เผาตอซังข้าว และวัชพืช รวมทั้งฝุ่นละอองจากผิวถนน ควันรถยนต์ ทางจังหวัดสั่งห้ามเผาทุกชนิด สั่งให้หลายหน่วยงานทั้งส่วนกลาง และในพื้นที่ออกตรวจสอบ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหยุดการเผา ส่วนนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ร่วมกันวางมาตรการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน นายชัยวัฒน์กล่าวว่า หากเกิดไฟป่าเตรียมเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปดับไฟทันที และดำเนินคดีกับชาวบ้านที่เผา ส่วนโรงงานน้ำตาล 2 แห่งในพื้นที่นั้น เจ้าของกิจการตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ชี้เบาะแสการเผาอ้อย 50,000 บาท

     ด้านนายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัยนำรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำจำนวน 6 คัน ออกฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชุ่มชื่นในอากาศรอบเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวัง เสี่ยงกระทบสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็ก

     ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จำนวน 53 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 47-91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกพื้นที่ เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของเมื่อวันที่ 19 ม.ค. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 48 สถานี และมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) 1 สถานี คือ ริมถนนสามเสน เขตพระนคร ค่าฝุ่นสูงสุดวัดได้ 91 มคก./ลบ.ม.

     นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้กรมขนส่งทางบก จัดชุดตรวจสอบรถยนต์ เพื่อต้องการลดมลพิษทั่วประเทศ พบว่ามีรถควันดำ 2,560 คัน กรมขนส่งทางบกพ่นเครื่องหมายห้ามใช้ทันที 29 คัน ออกใบเตือน 127 คัน ในจำนวนดังกล่าวในเขตกรุงเทพฯ ตรวจวัดควันดำ 304 คัน รถที่พ่นเครื่องหมายห้ามใช้จะไม่สามารถนำมาใช้งาน จนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย


     นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หากพบโรงเรียนอยู่ในเขตวิกฤติ ไม่สามารถจัดการเรียนการสอน ผอ.โรงเรียนสั่งการให้หยุดการเรียนการสอนได้เป็นเวลา 7 วัน และให้หาเวลาสอนเพิ่มเติม ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ได้รับมอบเครื่องกรองฝุ่นผ่านน้ำ 4 เครื่องจากกองทัพเรือ เป็นผู้ผลิตและจะติดตั้งให้ กทม.โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อยู่ระหว่างสำรวจและพิจารณาจุดติดตั้งที่เหมาะสม เตรียมติดตั้งในพื้นที่ใกล้เคียงกันเว้นระยะห่างระหว่างเครื่องละประมาณ 100 เมตร หากได้ผลดี จะไปขอรับเครื่องกรองฝุ่นเพิ่มเติมจากกองทัพเรือ

     ด้าน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ และโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ผบ.ทอ.สั่งการนักบินทุกแบบ ที่ทำการบินในทุกภารกิจ หากพบเห็นจุด hot spot ที่เกิดไฟป่าหรือควันไฟ ให้รายงานพร้อมประสานงานกับหน่วยที่รับผิดชอบเข้าแก้ไข แล้วให้หน่วยบินเตรียมพร้อมสนับสนุนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อทำฝนหลวง หรือโปรยละอองน้ำ ทอ.มีเครื่องบิน BT-67 ที่ปฏิบัติภารกิจนี้อยู่แล้ว

     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกิดจากการจราจร มาจากการเผาไหม้ไม่หมด รถยนต์เก่า รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงที่สันดาบไม่หมด โดยเฉพาะกรุงเทพฯและเมืองใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำอย่างไรให้เรื่องการจราจรดีขึ้น จะห้ามรถวิ่งทั้งหมด ไม่ได้ เพราะมีคนเดือดร้อน ต้องค่อยๆปรับ รองลงมา เกิดจากการเผาหญ้าและเผาวัชพืชในที่โล่งแจ้ง อย่างพวกชอบไปซื้ออ้อยที่ถูกเผามา เพราะสะดวกที่จะเข้าโรงงาน อนาคตข้างหน้าคงทำไม่ได้

     นอกจากปัญหาเรื่องฝุ่นแล้ว ชาวบ้านยังเดือดร้อนจากภัยแล้ง ที่อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เป็น 1 ใน 14 อ่างเก็บน้ำขนาดกลางของ จ.ขอนแก่น อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน มีเนื้อที่ 310 ไร่ ปัจจุบันมีน้ำเหลือเพียงเล็กน้อย และมีเกาะแก่งน้ำตื้นเขิน ชาวบ้านประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และกระทบต่อการผลิตน้ำประปา ผู้นำชุมชนและชาวบ้านหลายพื้นที่ต้องพึ่งพาตนเองในการหาแหล่งน้ำดิบมาเติมในบ่อพักเพื่อผลิตประปาในหมู่บ้าน


     นายสุรวงศ์ พลศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลโคกงาม อ.ฝาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ชาวบ้านประสบปัญหาภัยแล้ง ต้นข้าวยืนต้นตาย น้ำดิบในบ่อพักที่ใช้ผลิตประปาหมู่บ้านแห้งขอด เร่งจัดสรรงบประมาณทำฝายกั้นน้ำมาเป็นช่วงตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่มาจนถึงฝายห้วยใหญ่ บ้านโคกงาม จำนวน 5 ฝาย แล้วสูบน้ำระยะทาง 1,500 เมตร ไปยังบ่อพัก น้ำดิบเพื่อใช้ผลิตน้ำประปาและเลี้ยงสัตว์

     ด้านนายกายสิทธิ์ ศรีแก้วทุม ผอ.กองช่างเทศบาลตำบลหนองสอ อ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จุดที่ผลิตน้ำประปาจากน้ำใต้ดินมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะนี้ขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มอีก 2 บ่อ บ่อแรกขุดลึกประมาณ 65 เมตร ส่วนบ่อที่ 2 ขุดประมาณ 70 เมตร เพื่อเสริมบ่อเดิม น้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน จำเป็นต้องตัดการใช้น้ำร่วมกับหมู่บ้านอื่น เพื่อที่จะทำให้น้ำเพียงพอ ส่วนที่ลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก เป็นต้นน้ำของลุ่มน้ำวังทอง ขณะนี้น้ำเริ่มลดน้อยลงจนเกือบแห้งขอด แม่น้ำวังทองบางช่วงไม่มีน้ำ สามารถเดินผ่านไปมาได้ เฉพาะอย่างยิ่ง ที่น้ำตกแก่งโสภา ภายในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก น้ำแห้งมองเห็นโขดหินจำนวนมาก

     ที่คลองสวนหมาก หมู่ 11 ต.ท่าขุนราม อ.เมือง กำแพงเพชร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าขุนราม ช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว เพื่อช่วยกักเก็บน้ำในฤดูแล้งนี้ ชาวบ้านใช้รถไถโกยทรายนำใส่ถุงปุ๋ย แล้วนำไปวางซ้อนกันเป็นฝายชะลอน้ำ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.ท่าขุนราม บ้านหัวฝายเหนือ หมู่ 6 บ้านใหม่สามัคคี หมู่ 8 บ้านน้ำโท้ง และหมู่ 11 บ้านใหม่ สุวรรณภูมิ มีน้ำใช้ไปจนถึงในช่วงฤดูแล้ง ส่วนที่บริเวณบ้านเกาะวงษ์เกียรติ หมู่ 3 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เกษตรกรทำไร่ยาสูบรวมตัวกัน นำรถไถ 10 คันต่อสายพานเชื่อมกับเครื่องสูบน้ำ ลากสายยางสูบน้ำจากแม่น้ำยมนำไปหล่อเลี้ยงที่ไร่ยาสูบใกล้ยืนต้นตาย หลังประสบปัญหาภัยแล้ง


     ขณะเดียวกัน ภัยแล้งลุกลามส่งผลกระทบชาวสวนกล้วยในพื้นที่หมู่ 3 ต.หัวไผ่ อ.เมืองอ่างทอง ต้นกล้วยยืนต้นแห้งเหี่ยวหลายสืบไร่ ด้านนางวรรัตน์ จันทร์พละ อายุ 60 ปี เจ้าของสวนกล้วย หมู่ 3 ต.หัวไผ่ เปิดเผยว่า ทำสวนกล้วย 6 ไร่ ช่วงเกิดภาวะ แล้งขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงต้นกล้วย ขณะนี้ต้นกล้วยแห้งเหี่ยวหักโค่นยกสวนรอวันตาย เฝ้ารอให้ฝนตกลงมาแต่ไร้วี่แวว อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือขุดบ่อบาดาลช่วยเหลือเกษตรกร

     ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประกาศแล้ง ที่ต้องป้องกันและแก้ไขเร่งด่วนที่ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี สทนช.ประเมินจากปริมาณฝน และปริมาณน้ำในแหล่งน้ำน้อยไม่เพียงพอกับการผลิตน้ำประปาจ่ายในพื้นที่ ขณะนี้ประสานการประปาส่วนภูมิภาค สาขากุมภวาปี แจ้งยืนยันว่า มีแหล่งน้ำ สนับสนุนเพื่อผลิตน้ำประปาจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ไทยรัฐ