ตจว.เงียบสงัด เข้าสู่โหมด "เคอร์ฟิว" จนท.เข้มสนองยาแรง สกัด "โควิด"

Last updated: Apr 4, 2020  |  361 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวทั่วไป Update !!

ตจว.เงียบสงัด เข้าสู่โหมด "เคอร์ฟิว" จนท.เข้มสนองยาแรง สกัด "โควิด"

     เงียบสงัด "เคอร์ฟิว" วันแรก หลังรัฐใช้ยาแรง สั่งอยู่บ้านกลางดึก 6 ชม. สกัดแพร่เชื้อร้าย "โควิด-19" ตจว.ร้าง ไร้ผู้คน ด้าน จนท.ปล่อยแถวเข้ม ตะเวนตรวจเมือง ดูความเรียบร้อย-ป้องเหตุอาชญากรรม

     เมื่อวันที่ 3 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยายกาศ วันแรกทั่วประเทศ ภายหลังการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น ตามต่างจังหวัด

     เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ โดย นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.สืบสกุล บัวระวงศ์ ผบ.มทบ.ที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ได้ปล่อยกำลังผสมตำรวจทหารและฝ่ายปกครอง ออกทำการตั้งด่านตรวจตามถนนสายสำคัญของเชียงใหม่


     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในตัวเมืองเชียงใหม่ก่อนเวลา 22.00 น.กลายสภาพเป็นเมืองร้าง ถนนหลายสายไร้รถและผู้คน ดูเงียบเหงาลงทันที รวมทั้งที่ประตูท่าแพ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ก็ไร้ผู้คน จะมีเพียงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่กี่คน ที่ยังไม่ทราบเรื่อง และออกมานั่งอยู่ที่ลานข่วงท่าแพ ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ต้องไปทำความเข้าใจให้กับเข้าที่พัก ว่าประเทศไทยประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.เป็นต้นไป

     ผู้ว่าฯเชียงใหม่ กล่าวว่า ในการบูรณากำลังทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ออกตรวจตราตามถนนสายต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของรัฐบาลเ พื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของรัฐบาลในห้วงนี้ ก็คือการห้ามออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาเคอร์ฟิว หากมีการฝ่าฝืนก็จะได้รับโทษตามกฎหมาย จึงขอประชาชนให้ร่วมมือทำตามกฎหมาย สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องออกมาก็ให้ประสานเจ้าหน้าที่ เพื่อรับรองการออกมาตามความจำเป็น อีกทั้งผู้ป่วยที่ต้องออกมารักษากับแพทย์ในเวลาดังกล่าว ก็จะได้รับการคุ้มครองด้วย

     ส่วนที่ จ.สุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าฯสุโขทัย เป็นประธานปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามมาตรการยกระดับในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย เนื่องในสถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่ิอง ทางรัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ปะยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ได้ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพิ่มการยกระดับมาตรการในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63 โดยกำหนดเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย โดย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย จึงดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการป้องปราม กลุ่มวัยรุ่น หรือประชาชนที่จะออกมาสังสรรค์และท่องเที่ยวในยามวิกาล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการแพร่ระบาด ทั้งนี้ จ.สุโขทัย ได้จัดตั้งจุดตรวจและกวดขันให้ประชาชนอยู่ในเคหสถาน ในช่วงเวลาเคอร์ฟิวจำนวนทั้งสิ้น 11 จุดทั่วจังหวัด


     ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวราบงานว่า มีการปล่อยแถวรักษาความสงบเรียบร้อย ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ โดย พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานพิธีปล่อยแถว เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้าย ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ออกมาตรการป้องกันขึ้น โดยจัดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อเป็นการแสดงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติงาน ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงได้กำหนดให้มีการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยมียอดกำลังผู้เข้าร่วมพิธีปล่อยแถว ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง สาธารณสุขจังหวัด รวมทั้งสิ้น 150 นาย มียานพาหนะเข้าร่วมปล่อยแถว รถยนต์ 10 คัน รถจักรยานยนต์ 25 คัน


     ส่วนที่ จ.อุดรธานี พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย นายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ร่วมปล่อยแถวระดมเจ้าหน้าที่ตรวจตราป้องกันการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนภายในจังหวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พลเรือน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมปล่อยแถวกว่า 100 นาย


     โดย รองผู้บัญชาการตรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งประเทศ เพื่อให้มีมาตรการต่างๆ นายกรัฐมนตรีจึงได้ออกข้อกำหนดเพิ่มเติมห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานระหว่างประกาศเคอร์ฟิว เว้นแต่มีความจำเป็น ประกอบกับมีประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.อุดรธานี เรื่องมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่างๆ ร้านจำหน่ายสินค้าทุกประเภทในช่วงเวลา 22.00-05.00 น.ของวันที่ 4 เม.ย.นี้ และให้งดกิจกรรมบนพื้นที่สาธารณะทุกพื้นที่

     "ในการปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ จึงเป็นการเพิ่มมาตรการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสก่อเหตุอาชญากรรมป้องกันปราบปรามกลุ่มบุคคล ร้านค้า สถานบริการที่ฝ่าฝืนการปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข เน้นประชาชนต้องอดทนเพื่อผ่านพ้นไปให้ได้ ส่วนผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามถนนสายหลัก ในเขตเทศบาลนครอุดรธานีเป็นไปอย่างเงียบเหงา ยังมีรถวิ่งอยู่บ้างเล็กน้อย ส่วนตามร้านค้าต่างๆ ก็พากันปิดร้านตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ด้านร้านอาหารก็เก็บร้านเร็วขึ้นกว่าปกติ เพื่อตอบสนองปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

     ส่วนที่ จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3, พร้อมด้วย พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3, นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทน ผอ.กอ.รมน. กองทัพภาคที่ 2 หัวหน้าส่วนราชการ กำลังทหารตำรวจ, ตำรวจ ตม., ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจทางหลวง, สาธารณสุข, สรรพสามิต, ฝ่ายปกครอง อส. และอปพร. โดยมี พ.ต.อ.เอกสนธยา แต่แดงเพชร รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา กล่าวรายงานพร้อมทำความเคารพและก่อนปล่อยแถวปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กว่า 300 นาย ในกิจกรรมโครงการ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ร่วมมือ ร่วมใจ ต้านภัย COVID-19" เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยป้องกันและควบคุมสถานการณ์ทั้งเมือง เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19


     โดย ผู้ว่าฯนครราชสีมา กล่าวว่าขณะนี้เคอร์ฟิวส์มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่ 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และจะเป็นเคอร์ฟิวอย่างนี้ไปทุกวัน ฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็ต้องถือปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามหากพี่น้องประชาชนจะจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสิ่งของจำเป็นแล้ว ก็ขอให้เร่งกลับบ้านก่อนเวลา 22.00 น.ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีการปิดร้านสะดวกซื้อไปจนถึงเวลา 05.00 น. ซึ่งช่วงเวลานี้จะไม่มีสินค้าหรือของขายให้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสำเร็จได้ ก็ต้องขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชนช่วยกันด้วย แพทย์หรือหมอมีหน้าที่ในการรับคนที่ติดเชื้อไปรักษาเท่านั้น แต่คนที่ไม่ติดเชื้อขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน ไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มีวิธีอื่นยกเว้นพี่น้องประชาชนป้องกันตนเอง ด้วยการอยู่ห่างกัน 2 เมตร ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ถือปฏิบัติตาม ไม่ว่าการล้างมือบ่อยๆหรือทุกครั้ง กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน และเก็บตัวอยู่ที่บ้าน

     ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของการประกาศเคอร์ฟิวส์วันแรก ของ จ.นครราชสีมา พบว่า ที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีค่ำคืนนี้เงียบเหงา ตามท้องถนนในตัวเมืองเงียบเชียบ ไม่มีผู้คนและยานพาหนะวิ่งสัญจรไปมาเหมือนปกติทุกวัน รวมทั้งตามตลาดสด ร้านค้า แผงลอย และร้านสะดวกซื้อ ต่างพก็พากันปิดทั้งเมือง มีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟหน้าร้าน และแสงไฟจากภายในร้านสะดวกซื้อ และสัญญาณไฟแดงตามสี่แยกต่างๆเท่านั้น โดยเฉพาะถนนย่านเศรษฐกิจการค้า ตลาดไนท์บาร์ซ่าหลักเมือง ตลาดไนท์บาร์ซ่าเชฟวัน ตลาดไนท์บาร์ซ่าบ้านเกาะ ร้านค้าแผงลอยรถเปิดท้ายต่างๆ ก็พากันปิดเงียบสนิท โดยพ่อค้าแม่ค้าพี่น้องประชาชนต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ด้วย

     ส่วนที่ จ.ระยอง พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ระยอง เป็นประธานปล่อยแถวสนธิกำลังตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัย อส. จำนวน 250 คน เพื่อดูแลประชาชนกลับบ้าน ช่วงประกาศบังคับใช้เคอร์ฟิววันแรกทั่วประเทศ


     โดย พล.ต.ต.ฉลอง กล่าวว่า เราเน้นสายตรวจเคลื่อนที่เร็วมีด่านทุกอำเภอ การจะขายของหรือทำอะไรต้องคำนวนเวลาให้ดี แต่วันนี้เป็นวันแรกพบเห็นจะตักเตือนก่อน เพื่อประชาชนจะได้เตรียมปรับตัว ดังนั้นก็ต้องปฏิบัติให้เข้มข้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆตามลำดับ

     ส่วนที่ จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าฯนราธิวาส เป็นประธานปล่อยแถวประชาสัมพันธ์และบังคับใช้กฎหมาย ตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดย มี พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซะ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส พ.อ.พิเชษฐ์ ชุติเดโช รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส น.ท.ธีรยุทธ ภักดีภักดิ์ ผบ.ฉก.นย.ทร.33 และกองกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร กว่า 300 นาย


     โดยผู้ว่าฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส หน่วยกําลังทั้งตํารวจ ทหาร ปกครอง สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องช่วยกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด การที่ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้บูรณาการกําลังกับทุกภาคส่วนในวันนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่พวกเราทุกคนจะได้ช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความ มั่นใจในตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสร้างความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ไทยรัฐ