สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ พระราชกำหนด 3 ฉบับ

Last updated: Jun 1, 2020  |  470 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวทั่วไป Update !!

สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ พระราชกำหนด 3 ฉบับ

     การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วน ที่ประชุมสภาฯ ได้ลงมติ เห็นชอบพระราชกำหนด 3 ฉบับ

     ผลการลงมติ มีดังนี้

       - พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ผู้เข้าประชุม 481 เห็นด้วย 274 เสียง งดออกเสียง 207 เสียง
       - พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ผู้เข้าประชุม 482 เห็นด้วย 275 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 205 เสียง
       - พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 ผู้เข้าประชุม 482 เห็นด้วย 274 เสียง ไม่เห็นด้วย 195 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง

     ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

     ก่อนการลงมติ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อการลงทุนและดูแลประชาชน ว่ารัฐบาลได้พยายามดำเนินมาตรการเพื่อลดผลกระทบของประชาชนทุกกลุ่มในประเทศ จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทั้งประชาชนทั่วไป เกษตรกร ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง เด็กและเยาวชน กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ คนพิการ ซึ่งการช่วยเหลือเงิน 5,000 บาท เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดรายได้ของประชาชน

     ขออย่าเพียงแต่ดูแค่ ร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการตามการบริหารราชการตามปกติ ตามการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ทั้งการดูแล เยียวยา ชดเชย รวมทั้งมาตรการลดผลกระทบทั้งมาตรการการเงิน การคลัง งบประมาณ รวมทั้ง ขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

     นายกรัฐมนตรียืนยันไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากภาคธุรกิจ เพียงคาดหวังให้ช่วยเหลือดูแลการประกอบการ ดูแลลูกจ้างพนักงานเพื่อไม่ให้เกิดการว่างงานเท่านั้น ขอยืนยันว่า วันนี้ทุกกลุ่มคนในประเทศต้องได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ

     นายกรัฐมนตรีชี้แจง รัฐบาลเตรียมมาตรการฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่ง 400,000 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าสถานการณ์เศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด 19 จะมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก โดย

       1) สนับสนุนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของประเทศให้เดินต่อ ทั้งกลุ่มกิจการที่มีศักยภาพ SMEs วิสาหกิจรายเล็ก ทั้งภาคการผลิต การแปรรูป ภาคการส่งออกทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

       2) เน้นสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย เสริมภูมิคุ้มกันของประเทศให้ดีขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังยินดีให้มีการตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสในการใช้เงินกู้ เพราะเป็นเงินแผ่นดินมีการเบิกจ่ายเช่นเดียวกับเงินงบประมาณปกติ ดังนั้น อง์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสามารถตรวจสอบการใช้เงินกู้เช่นเดียวกับการใช้เงินแผ่นดินได้ นอกจากนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะจัดให้มีเว็บไซต์ติดตามความก้าวหน้าแสดงผลประโยชน์และผลลัพธ์แต่ละโครงการ กระทรวงการคลังรายงานความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ สำหรับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้เป็นการหารือของสมาชิกรัฐสภา

     นายกรัฐมนตรีกล่าวขอให้เชื่อมั่นและไว้วางใจรัฐบาล ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารขอยืนยันจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยข้อมูลที่รอบด้าน การประยุก์หลักวิชาการอย่างเหมาะสม ด้วยการสนับสนุนจากคณะกรรมการ คณะที่ปรึกษาที่ตั้งขึ้น ด้วยเจตนาดี ความพยายาม การปฏิบัติตามกฎหมายและความสร้างสรรค์ พร้อมขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ร่วมอภิปราย ให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับในวันนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เว็บไซต์ businesstoday.co